narah-herb

JustMakeWeb.com รับทำเว็บไซต์ รับทำเว็บโรงแรม รับทำเว็บขายของ รับทำเว็บบริษัท เว็บสำเร็จรูป รับทำเว็บร้านค้า ออกแบบเว็บไซต์ ใช้งานได้ง่าย รองรับ SEO โปรโมท GOOGLE ให้ติดอันดับได้อย่างรวดเร็ว , ลงโฆษณาฟรี VPS ราคาถูก
รับทำเว็บไซต์
0
 

Line ID :  narah-herb
Hot Promotion

 

Hot! โปรโมชั่น

 

 
  hot  โปรโมชั่น นราห์   ซื้อ 2 แถม 1 

   
  ซื้อ  แคปชูล 2 กระปุก ราคา 2580 บาท  แถม 1 กระปุก



  ซื้อชา  2  กล่องราคา 3180  บาท แถม  1 กล่อง 

สนใจ  add  line :narah-herb

สนใจ add line id :  narah-herb

ชุดเริ่มต้น ชา + แคปซูล ลดพิเศษสูงสุด 20% !!!
ชุดเครื่องดื่มสุขภาพ ชา + กาแฟ ลดพิเศษสูงสุด 20% !!!
ชุดประหยัด  แคปซูล + กาแฟ ลดพิเศษสูงสุด 20% !!!
ชุดสุดคุ้ม  แคปซูล + กาแฟ + ชา ลดพิเศษสูงสุด 20% !!!


เพียง Add Line id: narah-herb
รับส่วนลด 20% ทันที วันนี้ถึง    5 ธันวาคม 59 นี้เท่านั้น!!!
(ด่วนจำกัดเพียง 15 ชุดสุดท้าย)

 
 

 

 

 
    "นราห์" ผลิตจากผัก ประกอบด้วย  ผักเชียงดา (Gymnema), หญ้าหวาน (Stevia) ใบเตยหอม (Pandanus) อบเชย (Cinnamon) และอื่นๆอีกมากมาย

สนใจผลิตภัณฑ์  add  line :narah-herb   
    hot  โปรโมชั่น นราห์   ซื้อ 2 แถม 1 

   
  ซื้อ  แคปชูล 2 กระปุก ราคา 2580 บาท  แถม 1 กระปุก



  ซื้อชา  2  กล่องราคา 3180  บาท แถม  1 กล่อง

 

สนใจ  add  line :narah-herb


บริษัท เจพี นอร์ทเทิร์นฟาร์ม จำกัด  ผู้ผลิต และจัดจำหน่าย
ผลิตภัณฑ์สมุนไพร "นราห์" สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 316 ถ.มหิดล ต.ป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่      
   
 
    บริษัทฯ คัดสรรผักหลากหลายชนิด เช่น เชียงดา (Gymnema) , หญ้าหวาน (Stevia) , ใบเตยหอม (Pandanus) , อบเชย (Cinnamon) และผักอีกมากมาย นำมาปรุงในอัตราส่วนที่เหมาะสมซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของเรา ภายใต้แบรนด์ “นราห์” NARAH และเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย


     ผลิตภัณฑ์

กาแฟ  0
ราคา ฿890.00 THB
จำนวน
แคปซูล1กระปุก 0
ราคา ฿1,290.00 THB
จำนวน
ชา 1กล่อง  0
ราคา ฿1,590.00 THB
จำนวน



     โปรโมรชั่นชุดเริ่มต้น 

ชา+แคปชูล 0
ปกติ : 2,880.00
ลดเหลือ : ฿2,300.00 THB
จำนวน
ชา + กาแฟ   0
ปกติ : 2,480.00
ลดเหลือ : ฿1,980.00 THB
จำนวน
 กาแฟ+แคปซูล  0
ปกติ : 2,180.00
ลดเหลือ : ฿1,744.00 THB
จำนวน
 ชา+กาแฟ+แคปซูล  0
ปกติ : 3,770.00
ลดเหลือ : ฿2,990.00 THB
จำนวน

 
 
 
   

           ผลิตภัณฑ์ชนิดแคปซูล

ผลิตภัณฑ์ชนิดแคปซูลเป็นอาหารเสริมช่วย ลดน้ำตาลและความดัน 
ผลิตภัณฑ์ชนิดแคปซูลได้ผ่านการรับรองมาตราฐานดังต่อไปนี้

IFOAM : มาตราฐานเกษตรอินทรีย์โดยสหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ
USDA : มาตราฐานเกษตรอินทรีย์แห่งสหรัฐอเมริกา (USDA)
EU : มาตราฐานเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรป (EU)
อย : เครื่องหมาย อย. จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ฮาลลาล : เครื่องหมายมาตราฐานอาหารฮาลาล
NON GMO : ไม่มีการดัคแปลงพันธุกรรม
GMP : Good Manufacturing Product เป็นการกำหนดพื้นฐานที่จำเป็นในการผลิตและ สามารถควบคุมให้ผู้ผลิตอาหารผลิตอาหารได้อย่างปลอดภัย
IQS : สถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์


วิธีรับประทาน

1.ทานหลังอาหาร วันละ 2 มื้อ  เช้า-เย็น   ครั้งละ 2-3  เม็ด

       ผลิตภัณฑ์ชา

ผลิตภัณฑ์ชนิดชาเป็นอาหารเสริมช่วย ลดน้ำตาลและความดัน 
ผลิตภัณฑ์ชนิดชาได้ผ่านการรับรองมาตราฐานดังต่อไปนี้

USDA : มาตราฐานเกษตรอินทรีย์แห่งสหรัฐอเมริกา (USDA)
IQS : สถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตราฐานผลิตภัณฑ์
อย : เครื่องหมาย อย. จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ฮาลลาล : เครื่องหมายมาตราฐานอาหารฮาลาล
NON GMO : ไม่มีการดัคแปลงพันธุกรรม
GMP : Good Manufacturing Product เป็นการกำหนดพื้นฐานที่จำเป็นในการผลิตและ สามารถควบคุมให้ผู้ผลิตอาหารผลิตอาหารได้อย่างปลอดภัย


วิธีรับประทาน

1.  1ซอง ชงกับน้ำร้อน 1-2  ลิตร  แซ่ไว้ 3-5  นาที  ดื่มทั้งวัน


      ผลิตภัณฑ์ชนิดกาแฟ

ผลิตภัณฑ์ชนิดกาแฟเป็นอาหารเสริมช่วย ลดน้ำตาล
ผลิตภัณฑ์ชนิดกาแฟได้ผ่านการรับรองมาตราฐานดังต่อไปนี้

IFOAM : มาตราฐานเกษตรอินทรีย์โดยสหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ
USDA : มาตราฐานเกษตรอินทรีย์แห่งสหรัฐอเมริกา (USDA)
อย : เครื่องหมาย อย. จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ฮาลลาล : เครื่องหมายมาตราฐานอาหารฮาลาล





ส่วนประกอบสำคัญของผลิตภัณฑ์ชาและแคปซูล

1. ผักเชียงดา Gymnema สายพันธุ์ innodorum    
 
ในภาษาฮินดูและอินเดียให้ฉายาสมุนไพรชนิดนี้ว่า “The Sugar Killer” เกิดมาเพื่อฆ่าน้ำตาล มีผลการวิจัยยืนยันว่าสมุนไพรผักเชียงดา มีกรดสำคัญคือ จิมนิมิค แอซิด (Gymnemic Acid) มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดและเพิ่มปริมาณอินซูลินในสัตว์ทดลองและในคน และไปฟื้นฟูเบต้าเซลล์ของตับอ่อน (อวัยวะที่สร้างอินซูลิน) ทำให้ผักเชียงดาสามารถช่วยคุมน้ำตาล

     สรรพคุณของผักเชียงดา

1. ผักเชียงดา ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด[1][2]
2. ผักเชียงดาสามารถใช้สำหรับการลดน้ำหนัก  ด้วยคุณสมบัติของผักเชียงดาที่ช่วยให้ร่างกายมีการเผาผลาญน้ำตาลมากขึ้นและไม่เกิดไขมันสะสมอยู่ในส่วนต่างๆของร่างกาย ทำให้สามารถลดน้ำหนักได้[1]
3. ผักเชียงดาเป็นพืชทีมีสารเบตาแคโรทีนสูง ในรูปของผักสดไม่ผ่านการแปรรูปจะมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระได้ดี ป้องกันการแตกตัวของเม็ดเลือดแดง การเสียของดีเอ็นเอสูงสุดและช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้[1]
4. ผักเชียงดาช่วยบำรุงสายตา  ตาฝ้าฟ้าง  เคืองตา  เพราะผักเชียงดามีวิตามินเอสูง[2]

หมายเหตุ:ผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์ อาจขึ้นอยู่กับผู้ใช้แต่ละบุคคล   
    
ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของผักเชียงดา

1. นักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐอเมริกาค้นพบว่า  ผักเชียงดามีฤทธฺิ์ลดน้ำตาลในเลือดมาตั้งแต่ปี 1926  กระทั่งในปี 1981 ได้มีการยืนยันผลการลดน้ำตาลในเลือด และเพิ่มปริมาณอินซูลินในสัตว์ทดลองรวมทั้งคนที่เป็นอาสาสมัครที่แข็งแรง  พบว่าผักเชียงดาไปฟื้นฟูเบตาเซลของตับอ่อน(อวัยวะที่สร้างอินซูลิน) ทำให้ผักเชียงดาสามารถช่วยควบคุมน้ำตาลได้ในคน  โดย The  U.S. National  Library   of  Medicine (NLM) and  National  Institutes  of  Health (NIH)  พบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่า  ผักเชียงดาสามารถที่จะช่วยคุมระดับน้ำตาลในเลือด  ทั้งชนิดพึ่งอินซูลิน (type 1) และไม่พึงอินซูลิน (type 2 ) รวมถึงมีรายงานว่าบางรายใช้ผักเชียงดาตัวเดียวในการคุมระดับน้ำตาลในเลือด  โดยไม่ต้องใช้ยาแผนปัจจุบันแต่อย่างใด[1]
2. ปี 1990  เป็นต้นมาได้มีการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบประสิทธิภาพ  กลไกออกฤทธิ์ในการลดน้ำตาลในเลือด และมีการศึกษาความเป็นพิษอย่างมาก  เช่น การศึกษาในมหาวิทยาลัยมัทราสในประเทศอินเดีย ศึกษาผลของผักเชียงดาในหนูโดยให้สารพิษที่ทำลายเซลเบตาในตับอ่อนของหนู  พบว่าหนูที่ได้รับผักเชียงดาทั้งในรูปผงแห้งและสารสกัด มีระดับน้ำตาลในเลือดกลับมาปกติภายใน 20-60 วัน ระดับอินซูลินกลับมาเป็นปกติ และจำนวนเบตาเซลเพิ่มขึ้น[1]   
3. ปี 1990  ได้ค้นพบอีกว่า  ปริมาณของ  hemoglobin  A1C  ลดลง (ปริมาณสารตัวนี้แสดงให้เห็นว่า  การกินผักเชียงดาทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดในช่วง 2- 4 เดือนที่ผ่านมามีความสม่ำเสมอ  ถ้าลดลงแสดงว่าควบคุมน้ำตาลได้ดี[1]
4. ปี 1997 นักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นได้ค้นพบอีกว่า ผักเชียงดาไปยับยั้งการดูดซึมของน้ำตาลจากลำไส้เล็กได้ด้วย[1]
5. ปี 2001 นักวิทยาศาสตร์ของมหาลัย  Nippon Veterinary  and  Animal  Science  University  ณ. กรุงโตเกียว  ประเทศญี่ปุ่น ได้ตีพิมพ์ผลงานวิเคราะห์สารบริสุทธิ์ (Pure  compound) ที่เป็นตัวออกฤทธิ์ในการลดน้ำตาลจากใบผักเชียงดา  โดยใช้วิธีการเทียบเคียงสูตรโครงสร้างของสารออกฤทธิ์ตามธรรมชาติด้วยระบบคอมพิวเตอร์  ด้วยเทคนิคที่เรียกว่า  Structure  Activity  Relationship (SAR) และได้ออกแบบสูตรโครงสร้างของสารสำคัญ  4 ตัว ( GIA-1 , GIA-2 , GIA-5 , GIA-7) ซึ่งพิสูจน์ฤทธิ์ในหนูทดลองแล้วว่าสามารถลดระดับตาลได้ จึงทำการสังเคราะห์สารสำคัญดังกล่าวขึ้นมา  จึงทำให้ได้สารออกฤทธิ์ที่แม่นยำและในปริมาณสูง  ช่วยลดปริมาณความต้องการใช้สารออกฤกธิ์ตามธรรมชาติจากใบของผักเชียงดาอย่างมาก[1]
6. ปี 2003 นักวิทยาศาสตร์ได้รายงานถึงผลของสารสกัดผักเชียงดาในหนูทดลอง ซึ่งนอกจากจะมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดและช่วยเพิ่มปริมาณของอินซูลินแล้ว อีกทั้งยังช่วยเพิ่มปริมาณของสารกลูต้าไธโอน วิตามินซี และวิตามินอี ในกระแสเลือดของหนูได้อีกด้วย และยังพบว่าสารสกัดดังกล่าวนั้นมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี[1][2]
 
     References

1. ผักเชียงดา   ผักหวานบ้าน ต้าน มะเร็ง   ( กองบรรณาธิการ )  สำนักพิมพ์แบงค์คอกบุ๊คส์   "ผักเชียงดา"  หน้า 10-29
2. สมุนไพรบำบัด   150 ชนิด  (เภสัชกรหญิง จุไรรัตน์ เกิดดอนแฝก).  “ผักเชียงดา”  หน้า 103


2. หญ้าหวาน STEVIA
   

  หญ้าหวานเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูง 30-90 ซม. ใบเดียวเรียงตรงข้าม    รูปใบหอกกลับ  แกมขอบขนานกว้าง 1-1.5 ซม.  ยาว 3-4 ซม. ขอบใบหยักฟันเลื่อยมีรสหวานดอกช่อกระจุกแน่นออกที่ปลายยอด  กลีบดอกสีขาว  ผลแห้งไม่แตก  เมล็ดเดียว


     สรรพคุณของหญ้าหวาน

1. ส่วนของใบหญ้าหวานนั้นมีความหวานมากกว่าน้ำตาลถึง 10-15 เท่า แต่เป็นความหวานที่ไม่ก่อให้เกิดพลังงาน [1][2]
2. ต้านเชื้อรา  แบคทีเรีย  ยัยยั้งฟันผุ[1][2]
3. ให้รสหวานลดน้ำตาลในเลือด[1][2]
4. ทำให้หัวใจเต้นช้าลง[1]
5. ลดความดันโลหิต[1][2]
   
หมายเหตุ:ผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์ อาจขึ้นอยู่กับผู้ใช้แต่ละบุคคล

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของหญ้าหวาน

1. การทดสอบความเป็นพิษ  พบว่า  หญ้าหวาน  10%  ในอาหารให้หนูขาว    กินติดต่อกันนาน  4  สัปดาห์  ไม่พบพิษ[1][2]
2. รายงานผลการทดลอง    ในปี ค.ศ. 2001 ประเทศจีน (ไต้หวัน) ทำการทดลองในหนูถีบจักรที่กระตุ้นให้เกิดคววามดันสูง  นำสารสกัดจากใบหญ้าหวาน  ฉีดเฃ้าช่องท้องขนาด 25 มก./กก.  โดยทำการเปรียบเทียบกับกลุ่มปกติ  พบว่า หนูถีบจักร  สามารถลดความดันของหนูลงมาได้[1]
3. ในปี ค.ศ. 1981 ประเทศบราซิล  มีการรายงานผลการทดลองว่า หญ้าหวาน สามารถให้ผลลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ (Hypoglycemic  effect)[2]


     References

1. สมุนไพรลดความดันโลหิตสูง  121  ชนิด   (เภสัชกรหญิง จุไรรัตน์ เกิดดอนแฝก).  “อบเชยจีน”  หน้า 178-179.
2. สมุนไพรบำบัด 150 ชนิด  (เภสัชกรหญิง จุไรรัตน์ เกิดดอนแฝก).  “หญ้าหวาน ”  หน้า 159


3. ใบเตยหอม Pandanus  Leaves

     เป็นพืชสมุนไพรที่คนไทยรู้จักกันดี       ใบเตยเป็นพืชที่คนไทยทุกคนต่างก็รู้จักกันดี เนื่องจากมีการนำมาใช้กันอย่างหลากหลายตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำมาปรุงแต่งอาหารอย่างขนมไทยให้มีกลิ่นหอม อร่อย และยังให้สีสันน่ารับประทานอีกด้วย นอกจากนี้ใบเตยยังประกอบด้วยวิตามิน และแร่ธาตุสำคัญอีกหลายชนิด โดยใบเตยหอมจะมีเบต้าแคโรทีน, วิตามินซี, วิตามินบี2, วิตามินบี3, ธาตุแคลเซียม, ธาตุเหล็ก, ธาตุฟอสฟอรัส, คาร์โบไฮเดรต, โปรตีน และยังให้พลังงานอีกด้วย
   

  สรรพคุณใบเตยหอม

1. ใบเตยหอมช่วยบำรุงหัวใจให้ชุ่มชื่น และช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจ
2. ต้น และรากใบเตยหอมใช้เป็นยาขับปัสสาวะ
3. ราก และใบ ของใบเตยหอมช่วยลดน้ำตาลในเลือด
4. ใบเตยหอมช่วยแก้กษัย
5. ใบเตยหอมแก้อาการน้ำเบาพิการ
6. ใบเตยหอมช่วยแก้โรคหัด โรคผิวหนัง ด้วยการใช้ใบเตยหอมสดตำ แล้วพอกตัว
7. ใบเตยหอมช่วยลดความดัน
8. ใบเตยหอมช่วยปรับสมดุลร่างกาย
9. น้ำใบเตยจะช่วยดับกระหายคลายร้อนได้เป็นอย่างดี
10. ใบเตยช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด
11. ใบเตยช่วยบรรเทาอาการ และดับพิษไข้ได้
12. ใบเตยช่วยดับพิษร้อนภายในได้
13. สีเขียวของใบเตยเป็นสีของ คลอโรฟิลล์ สามารถนำมาใช้แต่งสีขนม เครื่องดื่มได้
14. ใบเตยช่วยดับกลิ่นเหม็นหืน กลิ่นคาวได้เป็นอย่างดี

หมายเหตุ:ผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์ อาจขึ้นอยู่กับผู้ใช้แต่ละบุคคล

แหล่งอ้างอิง

1. เว็บไซต์สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
2. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
3. เวปไซต์มูลนิธิสุขภาพไทย
4. สมุนไพรจีนเพื่อสุขภาพ


 4. อบเชย Cinnamon

   อบเชยแต่ละชนิดจะมีลักษณะต้นที่แตกต่างกัน  ส่วนที่นำมาใช้คือ เปลือกของใบแต่ละกิ่งก้าน   อบเชยเทศ เป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดเล็กไม่ผลัดใบ เปลือกลำต้นมีสีเทาและหนา  กิ่งขนานกับพื้นและตั้งชันสูงขึ้น ใบเป็นใบเดียวสลับกันตามลำต้น  ลักษณะคล้ายใบรูปไข่  ปลายใบแหลม  มีเส้นใบ  3 เส้น  ดอกออกเป็นช่อตามปลายกิ่งดอกมีขนาดเล็กสีเหลือง มีกลิ่นหอม  ผลมีสีดำคล้ายรูปไข่


     สรรพคุณของอบเชย

1. ต้านการอักเสบ  ต้านเซื้อรา  ต้านการอับเสบที่ไต[1][2]
2. ต้านการชัก[1]
3. ลดความดันโลหิต[1][2]
4. แก้ท้องเสีย[1][2]
5. ลดไขมันในเลือด[1]
6. ลดน้ำตาลในเลือด[1][3]

หมายเหตุ:ผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์ อาจขึ้นอยู่กับผู้ใช้แต่ละบุคคล
   
 ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของอบเชย

1. การทดสอบความเป็นพิษ  พบว่าเมื่อป้อนสารสกัดเปลือกอบเชยจีนด้วยอัลกอฮอล์(70%) ให้หนูขาวในขนาด 500 มก./กก. ไม่เป็นพิษต่อตัวอ่อน[1]
2. รายงานผลการทดลอง  Kuang  AK  และคณะ  (1988)  ประเทศจีน  ทำการทดลอง  สารสกัดจากเปลือกต้นอบเชยจีนพบว่า  สามารถลดความดัน  ในสัตว์ทดลองได้[1]
3. รายงานผลการทดลอง  Moon  YH   และคณะ  (1990)  ประเทศเกาหลี   ทำการทดลอง ในหนูถีบจักรพบว่า  สารสกัดจากเปลือกต้นอบเชยจีน  สามารถลดความดันโลหิตในหนูถีบจักรได้[1]
4. ดร. ริชาร์ด  แอนเดอร์สัน  ได้แนะนำอาสาสมัครของเขาที่มีน้ำตาลในเลือดมาก  ให้ลองใช้อบเชยเป็นประจำ ปรากฏว่ามีอาสาสมัครนับร้อย  ได้รายงานผลดีกลับเข้ามาว่า  สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้  อบเชยช่วยเร่งให้การเผาผลาญน้ำตาลกูลโคสเพิ่มขึ้น 20 เท่า นักวิจัยเห็นว่าการกินอบเชยนั้น มีความปลอดภัยในการใช้สูง ไม่มีอันตรายหรือมีผลข้างเคียง[2]  
5. การทดสอบความเป็นพิษ  พบว่าเมื่อป้อนสารสกัดเปลือกอบเชยญวนด้วยอัลกอฮอล์(50%) ให้หนูในขนาด 10 ก./กก. (คิดเป็น  926  เท่า เปรียบเทียบกับขนาดรักษาในคน)  และให้โดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนังหนู  ในขนาด 10  กรัม ต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัม  ตรวจไม่พบอาการเป็นพิษ[2]
 

     References

1. สมุนไพรลดความดันโลหิตสูง  121  ชนิด   (เภสัชกรหญิง จุไรรัตน์ เกิดดอนแฝก).  “อบเชยจีน”  หน้า 190-191.
2. หมอเส็งต้นตำรับ ถามหาสมุนไพรไว้ใจหมอเส็ง  (พินิจ  จันทร และคณะ)  "อบเชยเทศ" หน้า 197-203.
3. สมุนไพรบำบัด 150 ชนิด  (เภสัชกรหญิง จุไรรัตน์ เกิดดอนแฝก).  “อบเชย”  หน้า 172-174






 
USDA Organic
 
    USDA Organic  ย่อมาจาก U.S. Department of Agriculture เป็นตรารับรองอาหารและผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคของสหรัฐอเมริกา
ปัจจุบัน Organic Food หรือ อาหารอินทรีย์ กำลังเป็นที่นิยมในตลาดสหรัฐฯ โดยในปี 2545 ตลาดค้าปลีก Organic Food ในสหรัฐฯ มีมูลค่าถึง 6,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 จากปีก่อน สำหรับสินค้าที่ได้รับความนิยมสูง ได้แก่ ผักและผลไม้สด เครื่องดื่มที่ไม่ใช่นม ขนมปังและธัญพืช อาหารบรรจุหีบห่อ (อาหารแช่แข็งและอาหารแห้ง อาหารสำหรับทารก และขนมหวาด) ผลิตภัณฑ์นม เป็นต้น ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ (United States Department of Agriculture: USDA) ได้กำหนดมาตรฐานในการปิดฉลากสินค้า Organic Food ที่นำเข้า โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
 
    สินค้าที่จัดเป็น Organic Food ตามมาตรฐาน USDA ได้แก่ สินค้าที่ไม่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรมหรือฆ่าเชื้อโรคโดยการฉายรังสี พืชที่ปลูกด้วยดินที่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยมูลสัตว์ เนื้อสัตว์และไข่ที่มาจากสัตว์ที่ไม่ใช้ฮอร์โมนช่วยในการเติบโตและไม่ใช้ยา ปฏิชีวนะ ยกเว้นการให้อาหารเสริมประเภทวิตามินหรือแร่ธาตุ รวมทั้งต้องได้รับการเลี้ยงดูด้วยอาหารสัตว์ที่เป็น Organic เป็นต้น
  
สินค้าที่สามารถขอปิดฉลาก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
 
1. สินค้าที่มีส่วนผสมเป็น Organic 100%
2. สินค้าที่มีส่วนผสมเป็น Organic ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95
  
      สำหรับสินค้าที่มีส่วนผสมเป็น Organic ต่ำกว่าร้อยละ 95 จะไม่ได้รับการประทับตรา USDA Organic แต่ถ้ามีส่วนผสมเป็น Organic ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 สามารถระบุว่าใช้ส่วนผสมที่เป็น Organic ได้ เช่น Made with Organic Ingredients หรือถ้ามีส่วนผสมเป็น Organic ต่ำกว่าร้อยละ 70 สามารถระบุว่ามีส่วนผสมบางส่วนเป็น Organic ได้ เช่น Some Organic Ingredients

 

IFOAM ORGANICS

 
     IFOAM ORGANICS เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นโดยสหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ (International Federation of Organic Agriculture Movements - IFOAM) ซึ่งได้ริเริ่มจัดตั้งโครงการรับรองระบบงานเกษตรอินทรีย์ IFOAM (IFOAM Accreditation Programme) ขึ้นในปี พ.ศ. 2535 เพื่อให้บริการรับรองระบบงานแก่หน่วยตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์ต่างๆ ทั่วโลก  ต่อมา ในปี พ.ศ. 2540 สหพันธ์ฯ ได้จัดตั้ง IOAS (International Organic Accreditation Service) ขึ้น เพื่อทำหน้าที่ในการให้บริการรับรองระบบงานนี้ ภายใต้กรอบของโครงการรับรองระบบงานเกษตรอินทรีย์ IFOAM โดย IOAS จดทะเบียนเป็นองค์กรไม่แสวงกำไร มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา   ซึ่งปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกยอมรับเป็น เกณฑ์มาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์ขั้นต่ำ สินค้าอินทรีย์เพื่อการนำเข้า เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย เป็นต้น